ขยะใต้ทะเลส่งผลกระทบระบบนิเวศทะเลไทย เร่งจัดเก็บ
วันที่ 8 มิ.ย.พลเอกสุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า
วันที่ 8 มิถุนายน ของทุกปี เป็นวันทะเลโลก หรือ World Oceans Day ปีนี้เป็นปีที่ 27 ที่ทั่วโลกจัดกิจกรรมรณรงค์อนุรักษ์ทะเล
ซึ่งหัวข้อหลักปีนี้ คือ“Clean Our Ocean” สะท้อนถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมทางทะเลที่ต้องแก้ไขเร่งด่วน สำหรับวันทะเลโลก
กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ร่วมกับภาคเอกชน จัดกิจกรรมวันทะเลโลก ประจำปี 2561 ภายใต้หัวข้อ
“Clean Our Ocean ทะเลดี ชีวีมีสุข” หวังกระตุ้นกระแสการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลในประเทศไทย และปรับเปลี่ยน
พฤติกรรมการใช้ถุงพลาสติกของนักท่องเที่ยว พร้อมชมภาพยนตร์สารคดีเรื่อง Clean Our Ocean ทะเลดี ชีวีมี ณ โรงภาพยนตร์
สยามภาวลัย รอยัล แกรนด์เธียเตอร์ สยามพารากอนสถานการณ์ปัจจุบันปัญหาจากขยะทะเล โดยเฉพาะขยะพลาสติกส่งผล
กระทบอย่างมากต่อชีวิตสัตว์ทะเลและระบบนิเวศชายฝั่ง รวมถึงกระทบภาพลักษณ์ต่อชายหาดและการท่องเที่ยวทางทะเล
นอกจากนี้ ขยะทะเลยังอาจส่งผลในระยะยาวในรูปแบบของไมโครพลาสติกที่อาจเข้าไปเป็นสิ่งแปลกปลอมในห่วงโซ่อาหาร
และส่งผลต่อสุขภาพมนุษย์

พลเอกสุรศักดิ์ กล่าว การจัดการขยะตั้งแต่ต้นทางเป็นเรื่องสำคัญและจำเป็น ประเทศไทยกำลังเร่งกระบวนการ
ต่าง ๆ ตามแนวทาง 3R ทั้งการใช้เทคโนโลยียุคใหม่ เช่น เลิกการใช้ Cap Seal การนำขยะไปเป็นวัตถุดิบผลิตไฟฟ้า การใช้
ไบโอพลาสติกเป็นผลิตภัณฑ์ทางเลือก รณรงค์เลิกใช้ถุงพลาสติก หลอดพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว นอกจากนี้ ไทยเริ่มใช้
กลไกทางการคลังส่งเสริมผู้ผลิตให้ผลิตผลิตภัณฑ์เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อยากขอความร่วมมือทุกภาคส่วนเอาวันทะเลโลก
เป็นจุดเริ่มต้นอนุรักษ์และดูแลท้องทะเลไทยให้สวยงาม

นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดี ทช. กล่าวว่า การจัดกิจกรรมวันทะเลโลกในครั้งนี้มีความมุ่งหวังให้เกิดกระแส
การรักษ์โลก โดยการลด ละ เลิกผลิตขยะที่ไม่จำเป็น จนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน โดยใช้
เหตุการณ์วาฬนำร่องครีบสั้นเกยตื้นตาย ที่ จ.สงขลา สาเหตุกินขยะพลาสติกจำนวนมากเข้าไป เป็นบทเรียนให้เห็นถึง
โทษทัณฑ์ของขยะจึงกำหนดเป็นนโยบายเร่งด่วน โดยกรมฯ ได้ดำเนินการและมีแผนงานรองรับ3 ระยะ คือ แผนระยะสั้น
ทช. จัดประชุมระดับอาเซียน เรื่องการลดปริมาณขยะทะเลในกลุ่มประเทศอาเซียน ที่จ.ภูเก็ต ผลประชุมนำไปสู่การสร้าง
ความร่วมมือจัดการปัญหาขยะทะเลในอาเซียน และนำเสนอต่อ ครม. เดือน ม.ค.ที่ผ่านมา พร้อมทั้งได้ดำเนินการจัดเก็บขยะ
ทะเลที่ตกค้างในระบบนิเวศชายฝั่งแบบมีส่วนร่วม ผ่านเครือข่ายภาคประชาชนและภาคส่วนต่าง ๆ ลดผลกระทบต่อระบบนิเวศ
ทางทะเลและสัตว์ทะเลหายาก

สำหรับแผนระยะกลาง นายจตุพร กล่าวต่อว่า มีโครงการชายหาดปลอดบุหรี่และไร้ขยะ ในพื้นที่ชายหาด
สำคัญ 24 แห่ง ใน 15 จังหวัด โดยใช้มาตรการทางกฎหมายตามมาตรา 17 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการบริหารจัด
การทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พ.ศ. 2558 มีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. 2561 กำหนดห้ามการสูบบุหรี่และ
การทิ้งขยะมูลฝอยและของเสียทุกประเภทในพื้นที่ประกาศกำหนด เว้นแต่ในที่ที่จัดไว้เท่านั้น อีกทั้งยังมีโครงการบริหารจัดการ
ขยะทะเลโดยทุ่นกักขยะหรือ Boom ช่วยลดการพัดพาของมวลขยะบริเวณปากแม่น้ำก่อนออกสู่ทะเล ปัจจุบันทำไปแล้วในพื้นที่
นำร่องบริเวณปากแม่น้ำสายหลักในพื้นที่อ่าวไทยตอนบน 2 พื้นที่ ได้แก่ แม่น้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำท่าจีน และถ้าเกิดผล
สัมฤทธิ์จะมีการขยายผลในแม่น้ำสายอื่นต่อไป

‘ สุดท้ายแผนระยะยาวได้จัดพิธีลงนามความร่วมมือโครงการภาครัฐภาคธุรกิจและภาคประชาสังคมเพื่อจัดการปัญหาขยะ
และการใช้พลาสติกอย่างยั่งยืน เมื่อวันสิ่งแวดล้อมโลก 5 มิถุนายนที่ผ่านมา แสดงถึงเจตนารมณ์ให้ผู้บริโภคและผู้ประกอบการ
ปรับพฤติกรรมการใช้พลาสติกอย่างรับผิดชอบ นำแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียนใช้จัดการปัญหาขยะและทรัพยากรพลาสติก
ที่ใช้แล้ว สนับสนุนระบบการจัดการขยะและคัดแยกขยะที่ดี ร่วมกันจัดทำแผนธุรกิจเพื่อการจัดการขยะและพลาสติกเหลือใช้
อย่างครบวงจร ตลอดจนส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเพิ่มประสิทธิภาพและลดการสูญเสียระหว่างกระบวนการผลิต โดยกำหนดเป้า
หมายร่วมกันลดขยะพลาสติกในทะเลให้ได้ 50 เปอร์เซ็นต์ ภายในปี 2570 ‘ อธิบดี ทช . กล่าวในท้าย
ข้อมูลเพิ่มเติมที่
https://www.thaipost.net/main/detail/10964
