Loading...

กองยุทธศาสตร์และแผนงาน

Strategy and Planning Division

ขนาดอักษร ก ก ก
เปลี่ยนการแสดงผล C C C
TH EN

News: การประชุมสัมมนาวิชาการการรับฟังความคิดเห็นก่อนการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ. ศ. 2571 (Pre-Budget Consultation)       วันที่ 5 พ.ย. 69 เวลา 09.30 -14.30 น. ณ อาคารรัฐสภา นางสาวชุติญา สุขสวัสดิ์ ผู้อำนวยการส่วนงบประมาณ และนายโชคชัย สมนึก ผู้อำนวยการส่วนแผนงาน ติดตามและประเมินผล กยผ. สป. ทส. พรัอมด้วยผู้แทน สผ. สส. อส. ปม. ทน. และ ทบ. พร้อมทั้ง ส่วนราชการต่างๆ และ สส. สว. ฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายค้านเข้าร่วมการประชุมสัมมนาวิชาการการรับฟังความคิดเห็นก่อนการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ. ศ. 2571 (Pre-Budget Consultation) ซึ่งจัดโดยสำนักงบประมาณ  โดยในงานมีนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานกล่าวเปิดงาน ซึ่งได้เน้นย้ำว่ารัฐบาลได้วางกรอบนโยบาย 3 เสาหลัก เพื่อรองรับวิกฤต ได้แก่ 1) Stabilize Today: ประคับประคอง เยียวยา และรักษาเสถียรภาพทางการเงินการคลัง 2) Transition Now: สนับสนุนให้คนไทยและภาคธุรกิจปรับตัวทันต่อการเปลี่ยนแปลงด้านพลังงาน เทคโนโลยี และการค้า และ 3) Invest for Tomorrow: ลงทุนสร้างทักษะแห่งอนาคต การพัฒนาคน และโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน   ในการนี้ มีสรุปสาระสำคัญจากการสัมมนาฯ 3 ประเด็นหลัก ดังนี้ ประเด็นที่ 1: แนวทางการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2571    • บริบทและเป้าหมาย: พิจารณาทิศทางงบประมาณภายใต้ข้อจำกัดทางการคลัง โดยปีงบประมาณ 2571 เป็นปีเริ่มต้นของ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 ซึ่งมุ่งเปลี่ยนผ่านประเทศไปสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจที่สูงขึ้น อย่างทั่วถึงและยั่งยืน    • ยุทธศาสตร์และจุดเน้น: ให้ความสำคัญกับความมั่นคงทางอาหาร (Food Security), การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change), และการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transformation) โดยเน้นพลังงานชีวภาพ (Bio Energy) และพลังงานสีเขียว (Green Energy)    • กรอบวงเงินคำของบประมาณ (Preselling): กำหนดให้คำขอเพิ่มขึ้น ไม่เกินร้อยละ 10 จากงบประมาณรายจ่ายปี 2570 (ไม่รวมรายจ่ายที่จำเป็นต้องจัดสรร) เพื่อให้หน่วยรับงบประมาณกลั่นกรองและจัดลำดับความสำคัญของโครงการ    • กรอบเวลาดำเนินการ: หน่วยงานมีเวลาจัดทำคำขอเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 2 เดือนครึ่ง โดยคณะรัฐมนตรีจะพิจารณาเห็นชอบยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณในวันอังคารที่ 1 ธันวาคม 2569 และต้องส่งคำขอภายในวันศุกร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ 2570 ประเด็นที่ 2: การบริหารจัดการรายจ่ายที่ยากแก่การลดทอน    • ภาระงบประมาณสวัสดิการและบุคลากร: รายจ่ายตามสิทธิ กฎหมาย และข้อผูกพันมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เช่น เงินสมทบ กบข., เงินสมทบกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ, ค่าใช้จ่ายบุคลากรภาครัฐ, สวัสดิการรักษาพยาบาล (สวัสดิการข้าราชการ, สปสช., ประกันสังคม) และงบประมาณด้านการศึกษา    • แนวทางแก้ไข: ปรับเปลี่ยนรูปแบบจากการให้สวัสดิการแบบถ้วนหน้า มาเป็นการให้ แบบมุ่งเป้า (Targeted) เพื่อให้ความช่วยเหลือส่งตรงถึงผู้ที่มีความจำเป็นอย่างแท้จริง ลดความซ้ำซ้อน และใช้ทรัพยากรได้อย่างคุ้มค่า ("Paying to the right people with the right amount at the right time") ประเด็นที่ 3: ความครอบคลุมทุกแหล่งเงิน (Budget Coverage) และการนำเงินนอกงบประมาณมาสมทบ • บูรณาการทรัพยากรภาครัฐ: พิจารณาใช้ประโยชน์จากแหล่งเงินทั้งหมดของรัฐ ไม่จำกัดเฉพาะงบประมาณรายจ่ายประจำปี แต่รวมถึงรายได้ เงินสะสม และเงินนอกงบประมาณของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุนหมุนเวียน    • กลไกและแหล่งเงินเสริม: นำเงินสะสมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) มาใช้จ่ายเพิ่มเติม และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการของรัฐวิสาหกิจและองค์การมหาชนในการสร้างรายได้ เพื่อลดการพึ่งพางบประมาณแผ่นดินในระยะยาว ในระยะต่อ สำนักงบประมาณจะได้นำผลจากการสัมมนาฯ ไปวิเคราะห์ ประมวลเป็นข้อมูลเข้าสู่กระบวนแผนการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2571 ต่อไป

News: การประชุมสัมมนาวิชาการการรับฟังความคิดเห็นก่อนการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ. ศ. 2571 (Pre-Budget Consultation)       วันที่ 5 พ.ย. 69 เวลา 09.30 -14.30 น. ณ อาคารรัฐสภา นางสาวชุติญา สุขสวัสดิ์ ผู้อำนวยการส่วนงบประมาณ และนายโชคชัย สมนึก ผู้อำนวยการส่วนแผนงาน ติดตามและประเมินผล กยผ. สป. ทส. พรัอมด้วยผู้แทน สผ. สส. อส. ปม. ทน. และ ทบ. พร้อมทั้ง ส่วนราชการต่างๆ และ สส. สว. ฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายค้านเข้าร่วมการประชุมสัมมนาวิชาการการรับฟังความคิดเห็นก่อนการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ. ศ. 2571 (Pre-Budget Consultation) ซึ่งจัดโดยสำนักงบประมาณ  โดยในงานมีนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานกล่าวเปิดงาน ซึ่งได้เน้นย้ำว่ารัฐบาลได้วางกรอบนโยบาย 3 เสาหลัก เพื่อรองรับวิกฤต ได้แก่ 1) Stabilize Today: ประคับประคอง เยียวยา และรักษาเสถียรภาพทางการเงินการคลัง 2) Transition Now: สนับสนุนให้คนไทยและภาคธุรกิจปรับตัวทันต่อการเปลี่ยนแปลงด้านพลังงาน เทคโนโลยี และการค้า และ 3) Invest for Tomorrow: ลงทุนสร้างทักษะแห่งอนาคต การพัฒนาคน และโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน   ในการนี้ มีสรุปสาระสำคัญจากการสัมมนาฯ 3 ประเด็นหลัก ดังนี้  ประเด็นที่ 1: แนวทางการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2571    • บริบทและเป้าหมาย: พิจารณาทิศทางงบประมาณภายใต้ข้อจำกัดทางการคลัง โดยปีงบประมาณ 2571 เป็นปีเริ่มต้นของ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 ซึ่งมุ่งเปลี่ยนผ่านประเทศไปสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจที่สูงขึ้น อย่างทั่วถึงและยั่งยืน    • ยุทธศาสตร์และจุดเน้น: ให้ความสำคัญกับความมั่นคงทางอาหาร (Food Security), การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change), และการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transformation) โดยเน้นพลังงานชีวภาพ (Bio Energy) และพลังงานสีเขียว (Green Energy)    • กรอบวงเงินคำของบประมาณ (Preselling): กำหนดให้คำขอเพิ่มขึ้น ไม่เกินร้อยละ 10 จากงบประมาณรายจ่ายปี 2570 (ไม่รวมรายจ่ายที่จำเป็นต้องจัดสรร) เพื่อให้หน่วยรับงบประมาณกลั่นกรองและจัดลำดับความสำคัญของโครงการ    • กรอบเวลาดำเนินการ: หน่วยงานมีเวลาจัดทำคำขอเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 2 เดือนครึ่ง โดยคณะรัฐมนตรีจะพิจารณาเห็นชอบยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณในวันอังคารที่ 1 ธันวาคม 2569 และต้องส่งคำขอภายในวันศุกร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ 2570 ประเด็นที่ 2: การบริหารจัดการรายจ่ายที่ยากแก่การลดทอน    • ภาระงบประมาณสวัสดิการและบุคลากร: รายจ่ายตามสิทธิ กฎหมาย และข้อผูกพันมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เช่น เงินสมทบ กบข., เงินสมทบกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ, ค่าใช้จ่ายบุคลากรภาครัฐ, สวัสดิการรักษาพยาบาล (สวัสดิการข้าราชการ, สปสช., ประกันสังคม) และงบประมาณด้านการศึกษา    • แนวทางแก้ไข: ปรับเปลี่ยนรูปแบบจากการให้สวัสดิการแบบถ้วนหน้า มาเป็นการให้ แบบมุ่งเป้า (Targeted) เพื่อให้ความช่วยเหลือส่งตรงถึงผู้ที่มีความจำเป็นอย่างแท้จริง ลดความซ้ำซ้อน และใช้ทรัพยากรได้อย่างคุ้มค่า ("Paying to the right people with the right amount at the right time") ประเด็นที่ 3: ความครอบคลุมทุกแหล่งเงิน (Budget Coverage) และการนำเงินนอกงบประมาณมาสมทบ    • บูรณาการทรัพยากรภาครัฐ: พิจารณาใช้ประโยชน์จากแหล่งเงินทั้งหมดของรัฐ ไม่จำกัดเฉพาะงบประมาณรายจ่ายประจำปี แต่รวมถึงรายได้ เงินสะสม และเงินนอกงบประมาณของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุนหมุนเวียน    • กลไกและแหล่งเงินเสริม: นำเงินสะสมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) มาใช้จ่ายเพิ่มเติม และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการของรัฐวิสาหกิจและองค์การมหาชนในการสร้างรายได้ เพื่อลดการพึ่งพางบประมาณแผ่นดินในระยะยาว ในระยะต่อ สำนักงบประมาณจะได้นำผลจากการสัมมนาฯ ไปวิเคราะห์ ประมวลเป็นข้อมูลเข้าสู่กระบวนแผนการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2571 ต่อไป

-

แกลเลอรี่