ทส.ประชุมคกก.ทะเลแห่งชาติ เผยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งต้องดูแลจริงจัง
วันนี้ (4 พ.ย. 63) เวลา 10.45 น. พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายและแผนการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งแห่งชาติ ครั้งที่ 2/2563 เพื่อหารือแนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง โดยมีนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และคณะกรรมการฯ เข้าร่วมการประชุมฯ ณ ห้องประชุมอารีย์สัมพันธ์ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม
ในการประชุมคณะกรรมการฯ ได้พิจารณาให้ความเห็นชอบร่างรายงานสถานการณ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และการกัดเซาะชายฝั่งของประเทศไทย พ.ศ. 2562 พร้อมผลักดันการออกกฎหมายลำดับรอง ภายใต้พระราชบัญญัติส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พ.ศ. 2558 ตามมาตรา 21 ร่างกฎกระทรวงกำหนดเขตพื้นที่ใช้มาตรการในการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง ทั้ง 2 พื้นที่ ได้แก่ ตำบลชุมโค อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร และพื้นที่ตำบลลำแก่น ตำบลท้ายเหมือง ตำบลนาเตย อำเภอท้ายเหมือง และตำบลโคกกลอย อำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา รวมถึงการกำหนดพื้นที่ป่าชายเลน 4 พื้นที่ ในจังหวัดเพชรบุรี ชลบุรี สุราษฎร์ธานี และปัตตานี เป็นพื้นที่ป่าชายเลนอนุรักษ์ ตามมาตรา 18 และกำหนดมาตรการคุ้มครองตามมาตรา 23 ทั้งนี้ ที่ประชุมฯ ยังได้ติดตามความคืบหน้าผลการดำเนินงานโครงการนำร่องการใช้ขาแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียมจำนวน 7 ขาแท่นไปวางเป็นปะการังเทียม เพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง การดำเนินงานโครงการจัดทำระบบฐานข้อมูลทรัพยากรป่าชายเลน ที่ได้ร่วมมือกับ GISTDA ในการจำแนกเขตการใช้ประโยชน์ที่ดินป่าชายเลนด้วยภาพถ่ายดาวเทียมความละเอียดสูง และการประกาศใช้กฎหมายลำดับรองที่เกี่ยวข้องตามมติคณะกรรมการฯ ที่ผ่านมา
นายวราวุธ ศิลปอาชา กล่าวว่า สถานการณ์ภาพรวมปี 2562 ยังคงต้องการการดูแลและป้องกันอย่างใกล้ชิด และเพิ่มความเข้มข้นในการดำเนินการให้มากขึ้น สำหรับการขับเคลื่อนการดำเนินงานของทุกภาคส่วน ได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินงานตามมติของคณะกรรมการฯ อย่างเคร่งครัด และต้องสร้างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์ ซึ่งขอให้เห็นประโยชน์ของพี่น้องประชาชนเป็นสำคัญ ไม่สร้างผลกระทบภายหลัง และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในทุกขั้นตอน รวมถึงประชาสัมพันธ์สร้างความตระหนักให้กับพี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยวให้เห็นความสำคัญและเข้ามามีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และป้องกันรักษาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งให้คงอยู่อย่างสมบูรณ์และสมดุลต่อไป